Who waiting to die hard

Photo : olharfeliz.typepad.com
ผู้เฝ้ารอการตายอันแสนพยายาม
ชีวิต ช่างไร้สาระ
ข้า ขอลาก่อน
ต้นไม้จะเติบโตภายใน
ฝากความหวังไว้ กับความสิ้นหวัง
ข้าหวังว่า...ความตายจักมาถึงในวันหนึ่ง
วันที่โลกจะสวยงาม นกกาจะโบยบิน
วันที่เจ้าเติบโต เชิดลำต้นและกิ่งสู่เบื้องบน
ตะวันรองเรืองสาดแสงฉาบท้องฟ้าสีคราม
เงาทะมึนสีดำบนทางเดินแสนสั้นของผู้คน
ครานั้นที่ข้าผู้ไม่อะไรต่อชีวิต...ขอเดินทางไกล
ซะการีย์ยา อมตยา
28 September 2006

ดูท่าทางต้นไม้จะตายก่อนค่ะ
Comment by แหวน — September 28, 2006 @ 3:10 pm
เหรอ มองภาพแล้วแต่งออกมาแบบนั้นเหรอ
สายตากวีนี่น้า
พี่ดูภาพเฉยๆ ยังไม่อ่านเนี่ย
ขำก๊ากเลย
พี่ว่ามันตลกสุดๆ
ผู้ชายคนนี้มันไม่ได้อยากตายจริงหรอกมั้ง พี่ว่า
แบบว่ามันกวนโอ๊ยมากกว่า
Comment by พี่'ปราย — September 28, 2006 @ 3:14 pm
ความตาย
ใครๆก็บูชามัน
เพราะความไร้สาระนี่กระมั่ง
โธ่เอย ความรัก ความจริง มนุษย์
อยู่เพื่อความสวยงามสิ
ทำร้ายใครๆ ทำร้ายตัวเองอยู่ใย
ขลาดกลัวขนาดไหน
จึงถึงขั้นลงแรงแลกกับการจากไป
เวลามีอยู่ไม่มากมาย
สองหมื่นกว่าวัน
วันที่เหลือยิ่งใจหายหากจะนับ
เพราะมันเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของสองหมื่น
ดอกไม้เหี่ยวเฉายังงดงาม
แต่ชีวิตเหี่ยวเฉาจะมีค่าแค่ไหน
มือฉันยังว่าง
ใจฉันยังไม่แคบพอ
หากการเดินทางไม่ลำบากนัก โปรดเถิด
ฉันจะบอกอะไรให้
นกแถวบ้านฉันร้องไพเราะ
ท้องฟ้าชายหาด ลมดี
อะไรๆก็จะดีตาม ความหวังหรอ
มองไปสิ ข้างหน้ามีเรือไม้โยกเยก แขว่งไปมา
เพราะคลื่นลม
คนบนเรือจะเวียนหัวแค่ไหน
เพราะชีวิตข้างหลังมากกว่า
เครื่องยนต์จึงต้องร้องครื่นคราง
หันหน้าออกทะเลในยามฟ้าเปิด
อะไรๆก็ยังพอมีหวัง
สี่ชั่วโมงผ่านไป
ยังไม่พบอะไรใหม่ๆในชีวิต
สิบขั่วโมงก็ผ่านไปอีก
ก็ยังเหมือนเดิม
แต่ถ้าจะถอยหลังกลับ
น่าหดหู่กว่า
ยังมีอีกยี่สิบสี่ชั่วโมงในวันถัดไป
โปรดเถิด
ลมหายใจคือความหวังสูงสุด
ของการมีชีวิตอยู่
(บทกวีของคืนวันศุกร์ระหว่างชั่วโมงกลางชีวิต)
Comment by อากาศกวี — September 29, 2006 @ 3:18 pm
ความตาย
ใครๆก็บูชามัน
เพราะความไร้สาระนี่กระมั่ง
โธ่เอย ความรัก ความจริง มนุษย์
อยู่เพื่อความสวยงามสิ
ทำร้ายใครๆ ทำร้ายตัวเองอยู่ใย
ขลาดกลัวขนาดไหน
จึงถึงขั้นลงแรงแลกกับการจากไป
เวลามีอยู่ไม่มากมาย
สองหมื่นกว่าวัน
วันที่เหลือยิ่งใจหายหากจะนับ
เพราะมันเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของสองหมื่น
ดอกไม้เหี่ยวเฉายังงดงาม
แต่ชีวิตเหี่ยวเฉาจะมีค่าแค่ไหน
มือฉันยังว่าง
ใจฉันยังไม่แคบพอ
หากการเดินทางไม่ลำบากนัก โปรดเถิด
ฉันจะบอกอะไรให้
นกแถวบ้านฉันร้องไพเราะ
ท้องฟ้าชายหาด ลมดี
อะไรๆก็จะดีตาม ความหวังหรอ
มองไปสิ ข้างหน้ามีเรือไม้โยกเยก แขว่งไปมา
เพราะคลื่นลม
คนบนเรือจะเวียนหัวแค่ไหน
เพราะชีวิตข้างหลังมากกว่า
เครื่องยนต์จึงต้องร้องครื่นคราง
หันหน้าออกทะเลในยามฟ้าเปิด
อะไรๆก็ยังพอมีหวัง
สี่ชั่วโมงผ่านไป
ยังไม่พบอะไรใหม่ๆในชีวิต
สิบชั่วโมงก็ผ่านไปอีก
ก็ยังเหมือนเดิม
แต่ถ้าจะถอยหลังกลับ
น่าหดหู่กว่า
ยังมีอีกยี่สิบสี่ชั่วโมงในวันถัดไป
โปรดเถิด
ลมหายใจคือความหวังสูงสุด
ของการมีชีวิตอยู่เพื่อดูความไร้สาระของฉันและเธอ
(บทกวีของคืนวันศุกร์ระหว่างชั่วโมงกลางชีวิต)
Comment by อากาศกวี — September 29, 2006 @ 3:21 pm
นุ่นเห็นด้วยว่าตาแก่คนนี้คงตายก่อน
หากไม่แก่ตาย
ก็คงเมื่อยตาย!
อิอิ
Comment by นุ่น — September 30, 2006 @ 5:20 am
ข้าพเจ้า
ปลูกต้นไม้
ด้วยอยากให้มันเติบโต
ข้าพจ้าปลูก – ด้วยกิเลส
ทุกร้อนฤดูที่ผ่าน
หลายต้นตาย
ข้าพเจ้ายังอยู่
และยังมี
.....กิเลส
Comment by สายลมลอย — September 30, 2006 @ 12:10 pm
ไม้ยืนต้น
คนยืนตาย
ไม้ไม่ยืนต้น
อย่างไรคนก็ไม่ตาย
Comment by ศราทร — October 1, 2006 @ 5:34 am
ปลูกต้นไม้ใช่ว่าแค่ปลูก
เอาใจใส่รดน้ำพรวนดิน
กำจัดวัชพืชและสิ่งก่อกวน
ภายในอุณหภูมิที่เหมาะสม
ต้นไม้โตได้ที่จะมีคนต้องการมัน
เมื่อนั้นท่านสมควรตาย
Comment by แหวน — October 1, 2006 @ 7:57 am
เราล้วนเกิดมาเพื่อตาย
ไม่ต่างจากไม้ใหญ่ หรือ หญ้ารก
วันนี้เราทำสิ่งดีหรือยัง
พี่นี่อ้อยเองนะคะ
Comment by ปลายฝน — October 1, 2006 @ 2:05 pm