IN THE NAME OF AN UNKNOWN POET .•. zakariya amataya

August 30, 2006

نجيب محفوظ في ذمة الله Nobel winner Naguib Mahfouz dies

Filed under: Putushon Talk - putushon @ 3:35 am

My beloved Great Grand father

แท้จริงเราเป็นสิทธิ์ของพระเจ้า และยังพระองค์ที่เราจักคืนกลับ
อัลกุรอาน


 

Laughing Mahfuz

ขอไว้อาลัยแด่ คุณปู่ นากิบ มาห์ฟูซ ที่รักยิ่ง
[ ซะการีย์ยา อมตยา ]

 

 

What time is it?

ข้าแต่ความตายผู้เป็นกัปตันชรา
ได้เวลาแล้ว ถอนสมอไปกันเถอะ
[ ชาร์ลส์ โบดแลร์ ]

 

 

Beloved Great grand f


ผมรู้สึกเสียใจและเสียดายเมื่อทราบข่าวการจากไปของท่าน นากิบ มาห์ฟูซ ในวัย 94 คนที่เป็นคนดีแถมมีอายุยืนยาวมากนี่ ต้องถือเป็นตัวอย่างที่ควรค่าแก่การสรรเสริญอย่างยิ่ง ท่านเกิดขึ้นมาในโลกเพื่อการเขียน ไม่เพียงแต่เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดของอียิปต์อันเป็นศูนย์กลางของโลกอาหรับ หากท่านยังเป็นนักเขียนของโลกทั้งมวล ที่มีจิตวิญญาณเปี่ยมล้นด้วยคุณธรรม ที่คอยเพาะปลูกพืชพันธุ์แห่งสันติภาพไปทั่วทุกแห่งหน และโลกก็ควรแสดงความรักอาลัยยิ่งอย่างสมเกียรติให้กับนักเขียนสันติภาพท่านนี้
[ เสรี ทัศนศิลป์ ]


 

I love You Mahfuz

กูชอบว่ะมาห์ฟูซ
พี่แคนแกก็แปลได้ลึกล้ำ มึงหาโคตรไคโรให้กูสักเล่มดิ และกูขอเสื้อตัวนึงด้วย"
[ มนตรี ศรียงค์ ]

 

 

As a thinker philosopher and novellist

สไตล์การเขียนของนากิบ จะมีกลิ่นอายแปลกๆ มีลักษณะสืบสวนสอบสวนผสมลง
 ด้วย อ่านสนุก มีสาระ ได้ใช้สมองขบคิด ขณะเดียวกันได้บรรยากาศของตะวันตก
 ปนอาหรับแบบอัฟริกา อ่านแล้วจมลึกไปโดยไม่รู้ตัว
[ จารี จันทราภา ]

 

more smart

เป็นไปได้อย่างไร – ที่ผมยังไม่เคยอ่านงานของนากิบ มาห์ฟูซ แต่มัน
ก็เป็นไปแล้ว...เหมือนที่ผมได้คลาคลาดนักเขียนนามอุโฆษอีกหลายคน
ความตายของเขาปลุกผมให้ตื่นขึ้นมาใคร่ครวญเรื่องราวเหล่านี้
หนังสือ “มุ่งเมืองแมน” ที่เพื่อนซื้อให้เพราะรู้ว่ากำลังแสวงหา
ที่เคยตั้งใจไว้ “ว่าจะ” อ่าน เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว
ถูกปัดฝุ่น "เตรียม" อ่านอีกครั้ง ในจังหวะที่ นากิบ มาห์ฟูซ
และใคร ๆ มุ่งหน้าไปไกลแล้ว...
 [ นพดล ปรางค์ทอง ]

 

 

You are my beloved till the day you pass away

ขอไว้อาลัย เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ผมไม่รู้จักเค้าหรอก
แต่หน้าเค้าเท่ห์ดี เค้ายิ้ม เค้าหัวเราะ ด้วยความจริงใจ
[ indy_box2 ]

 

Yes I am Naguib Mahfuz

ขอให้เขาเกิดมาเป็นนักเขียนอีก แล้วผมจะไปเกิดเป็นแฟนหนังสือเขาอีกครั้ง

[ ชาติวุฒิ บุณยรักษ์ ]

 

on reading

ร่วมไว้อาลัยคุณปู่ครับ
ไม่เคยอ่านงานของคุณปู่หรอก รู้จักแต่ชื่อและใบหน้าอันมีเอกลักษณ์ยิ่ง
ผลงานของคุณปู่จะอยู่คู่นักอ่านไปอีกนาน
[ เด็กชายเจ้าน้ำตา ]

http://english.aljazeera.net/NR/exeres/E72DE65D-174D-4B42-BFD3-B32EF7289C02.htm

-4AAD071A1E46.htm

9 Comments »

The URI to TrackBack this entry is: http://putushon.blogsome.com/2006/08/30/52/trackback/

  1. ขอไว้อาลัย(ด้วยคน) และขอบคุณความดีงามที่ท่านฝากไว้บนโลกใบนี้

    Comment by miss design — September 1, 2006 @ 4:46 am

  2. ขอไว้อาลัย เพิ่มขี้นอีกหนึ่งคน
    ผมไม่รู้จักเค้าหรอก
    แต่หน้าเค้าเท่ห์ดี
    เค้ายิ้ม
    เค้าหัวเราะ
    ด้วยความจริงใจ

    Comment by indy_box2 — September 1, 2006 @ 11:11 am

  3. ร่วมไว้อาลัยคุณปู่ครับ

    ไม่เคยอ่านงานของคุณปู่หรอก รู้จักแต่ชื่อและใบหน้าอันมีเอกลักษณ์ยิ่ง

    ผลงานของคุณปู่จะอยู่คู่นักอ่านไปอีกนาน

    Comment by เด็กชายเจ้าน้ำตา — September 1, 2006 @ 11:30 am

  4. เพิ่งเคยเห็นหน้า วันนี้ล่ะ
    มีหนังสือที่แปลไทยแล้วให้อ่านมั่งไหมง่ะ

    Comment by ชา — September 1, 2006 @ 3:30 pm

  5. ฉันรักเธอ..Naguib Mahfouz..
    ถึงไม่รู้จักก็จะรัก...

    Comment by ค่ำคืนที่อากาศร้อน(จัด) — September 2, 2006 @ 5:44 pm

  6. ..
    ..
    ..ขอขอบคุณ นากิบ มาห์ฟูซ ผู้ที่ฉันไ่ม่เคยรู้จัก
    ..สำหรับกระดาษแผ่นสุดท้ายที่มอบให้ฉันในวันนี้
    ..
    ..และเธอ
    ..ที่รัก! ต่อไปเธอไม่ต้องไปตลาดเพื่อหาซื้ออะไรมาให้ฉันอีกแล้ว
    ..
    ..ต่อไปฉันจะหัดทำกับข้าว
    ..
    ..เธอทำแต่งานบ้านละกัน
    ..

    Comment by ค่ำคืนที่อากาศร้อน(จัด) — September 3, 2006 @ 6:03 pm

  7. วันนี้ฉันเหลือเพียงแค่กระดาษแผ่นเดียวและถึงแม้วันนี้
    ฉันอาจจะยังเขียนออกมาได้ไม่ดีนัก แต่ฉันก็ตั้งใจที่จะเขียนให้


    ..The last Page..
    กระดาษแผ่นสุดท้าย

    คนเรามักทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามได้เสมอ
    วันนี้ในวันที่ฉันสามารถเขียนหนังสือเป็น
    ฉันรู้ว่าฉันสามารถที่จะเขียนอะไรก็ได้
    แต่ฉันกลับรู้สึกว่า
    มันสมควรเป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะเขียนมันออกมา

    ฉันเคยคิดอยากเขียนหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึกเล่มนี้ของตัวเอง
    แต่ก็ไม่เคยลากปากกาเพื่อเขียนมันออกมาได้เลย
    แม้สักตัวอักษรเดียว

    นั่นเป็นเพราะฉันไม่รู้ว่าการเดินทางของฉัน
    มันจะไปสิ้นสุดได้ที่ไหน

    แต่วันนี้ ทั้งๆที่ชีวิตฉันก็ยังคงเหมือนเดิม
    ชีวิตที่ยังไม่เคยได้เริ่มออกเดินทาง
    กลับกลายเป็นวันที่ฉันรับรู้ได้ว่ากระดาษแผ่นสุดท้าย
    ในสมุดบันทึกของฉัน...ควรจะใส่คำว่าอะไรบรรจุลงไป

    และเป็นวันที่ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันเขียนมาทั้งหมดนั้น
    มันไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับตัวฉัน

    เพราะฉันสามารถเขียนมันได้ดีกว่านี้อีกหลายร้อยเท่า
    ซึ่งสักวันฉันจะกลับมาเขียนมันใหม่อีกครั้งหนึ่ง

    แต่เป็นวันที่ฉันมีอิสระภาพในการเขียน
    เขียนให้กับคนที่ฉันอยากจะเขียนให้เท่านั้น
    และเขียนโดยที่การเขียนของฉันมันต้องไม่มีราคา

    ตราบใดฉันไม่สามารถกำหนดทุกสิ่งทุกอย่าง
    ภายใต้เส้นลายมือของตัวฉันเองได้
    ฉันจะไม่มีวันเขียนมันออกมาอีกเลย
    .. .. ...
    เพราะฉันไม่ได้เขียนเพียงเพื่อต้องการ
    จะหาคนมาสวมใส่หน้ากากให้กับมัน

    .. .. ..
    และในวันสุดท้ายสำหรับกระดาษแผ่นสุดท้ายที่เหลืออยู่นี้
    มันไม่สามารถบรรจุคำว่า “ดีใจ” หรือ “เสียใจ”
    ลงไปบนกระดาษแผ่นนี้ได้

    ถึงแม้ฉันจะรู้สึกผิดหวังต่อบางสิ่งบางอย่าง
    ที่เข้ามากระทบความรู้สึก

    จนทำให้วันนี้ฉันตัดสินใจที่จะเขียนถ้อยคำ
    ลงในกระดาษแผ่นสุดท้ายที่มีเพียงแผ่นเดียว
    ที่ให้เลือกได้เท่านั้น
    แต่ฉันกลับไม่เคยรู้สึกเสียใจแม้สักนิดต่อสิ่งที่ฉันเขียนมาทั้งหมด

    เพราะมันทำให้รู้ว่าฉันเขียนเพราะอะไร?
    แล้วเมื่อไหร่อีกที่ฉันสมควรจะเขียน?

    ถึงแม้ว่าภายใต้โลกใบนี้ทุกสิ่งจะถูกพลิกแพลง
    ถ่ายเท และ เปลี่ยนแปลงได้ โดยผู้ที่อยู่เหนือกว่า

    แต่ฉันก็ยังคงเชื่อ เชื่ออยู่เสมอว่า
    อะไรในโลกนี้ถ้ามันเป็นของฉันมันก็คือของของฉัน
    แต่ถ้าหากไม่ใช่ มันก็คือไม่ใช่
    ดังเช่นงานเขียน.......

    .. .. ..

    คนสายตาดีมีมากมาย แต่สำหรับคนตาบอดหลายๆคน
    ในโลกใบเล็กๆแห่งนี้นั้น ก็ใช่ว่าจะไม่มีสักคนที่มองอะไรไม่เห็น
    ด้วยโลกใบนี้ยังคงมีสิ่งที่เกินความคาดเดาสำหรับผู้คนเกิดขึ้นได้เสมอๆ

    .. .. ..

    ขอบคุณเพื่อนผู้ซึ่งที่ฉันไม่เคยรู้จัก ผู้ซึ่งแตกต่างกับฉันในทุกๆด้าน
    ผู้ที่ทำให้ฉันรู้ว่าการเขียนของฉันมันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อตัวฉันเองเพียงใด
    ผู้ที่ทำให้ฉันรู้ว่าความหมายของคำว่า “เพื่อน” และรู้ว่าเพื่อนประเภท
    ไหนที่ควรค่าแก่การเสียสละ และมีคุณค่าพอแก่คำว่า”รัก”ที่ฉันจะมอบให้

    และกระดาษแผ่นสุดท้ายนี้ ฉันขอที่จะบรรจุคำว่า “รัก” ใส่ไว้
    “รัก” ถ้อยคำที่ฉันไม่อาจมีให้ได้สำหรับทุกๆคน

    Comment by ค่ำคืนที่อากาศร้อน(จัด) — September 3, 2006 @ 6:09 pm

  8. มาแอบขำ .. อิอิ

    Comment by indy_box2 — September 4, 2006 @ 7:34 am

  9. ..The First Page..

    กระดาษแผ่นแรก (ในรอบศตวรรษ)
    คนเรามักกระทำในสิ่งที่ตนเองปรารถนา
    วันที่ผ่านมากระดาษบันทึกว่างเปล่า
    ฉันไม่สามารถจะเขียนอะไรบนกระดาษได้เลย

    ฉันได้แต่เก็บความรู้สึกไว้จนอัดแน่น
    ก่อนที่ความรู้สึกบางอย่างจะระเบิดออกมา
    ฉันควรเขียนอะไรบางอย่างบนกระดาษที่ว่างเปล่า

    หน้าแรกของสมุดบันทึก
    ฉันต้องการเขียนด้วยความรู้สึกของตนเอง
    ปากกาเล่มละสามบาทในตะกร้าเล็ก ฉันหยิบมันออกมา
    เขียนความในใจเป็นตัวอักษรอันพร่างพราย

    ฉันรู้ว่าการเดินทางของฉันกำลังจะเริ่มต้น
    แม้จะเป็นเพียงก้าวแรกในชีวิต

    ฉันตืนเช้าขึ้นมาในวันนี้
    ดื่มกาแฟถ้วยโปรดพร้อมปาท่องโก๋หนึ่งคู่
    กระเป๋าใส่เศษเงินเพียงไม่กี่บาท เพื่อซื้ออาหารกลางวัน
    จ่ายเป็นค่ารถเมล์ และรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
    แค่นี้เพียงพอสำหรับฉันแล้ว

    สิ่งที่ฉันเขียนแม้ถ้อยคำจะไม่สละสลวย
    แต่ฉันก็ภูมิใจ เพื่อเก็บไว้อ่านในวันข้างหน้า
    ฉันเคยมีประสบการณ์มากมาย ทั้งเรื่องทุกข์ สุข
    เฮฮาในหมู่เพื่อนฝูง แต่ความทรงจำบางอย่างได้สูญหายไป
    เพราะฉันไม่เคยบันทึกอะไรไว้เลย

    ต่อจากนี้ไปบันทึกของฉันจะไม่ว่างเปล่าอีกแล้ว
    ฉันวาดดอกไม้ช่อเล็กๆ ไว้ที่หัวกระดาษ
    และเขียนคำว่าสวัสดีผู้บันทึก
    เพื่อสร้างความรูสึกที่ดีของฉันเอง

    ฉันเขียนโดยมีความคิดที่เป็นอิสระ
    ไร้กรอบ วัฒนธรรม และประเพณีบางอย่าง
    ที่ฉันไม่พึงปรารถนา

    งานเขียนของฉันไม่ได้หวังคำติชมจากใคร
    แต่ฉันรู้ว่ามันมีค่าสำหรับบางคน

    สำหรับบันทึกแผ่นแรกฉันรู้สึกดีใจนะ
    ที่จะได้บันทึกความทรงจำของวันคืนที่ล่วงเลยมา
    แม้บางความทรงจำฉันจะรู้สึกเจ็บปวด
    แต่ฉันก็ได้ก้าวผ่านมาแล้ว

    ยังเหลือความทรงจำที่งดงาม
    ทั้งอดีต และยังดำรงอยู่

    ระหว่างการเดินทางของกาลเวลา
    ฉันได้พบพานใครบางคน
    ที่สามารถทำให้ฉันร้องไห้ และยิ้มได้ทั้งน้ำตา
    เขาทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรมากมาย

    สิ่งที่สวยงามไม่ได้สวยงามดังที่เห็น
    และสิ่งที่มองว่าน่ากลัวก็ไม่ได้น่ากล้วอะไรเลย
    บางอย่างฉันเข้าใจอะไรผิดไป
    และตัดสินใจทำอะไรลงไปด้วยความโง่เขลา

    นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของการบันทึกซึ่งยังไม่มีสาระอะไร
    ฉันเพียงต้องการให้ใครบางคนได้รับรู้
    เขาทำให้ฉันรู้จักความหมายของคำว่า “เพื่อน”
    และความปรารถนาดีต่อกัน โดยไม่ปรารถนาสิ่งตอบแทนใด

    กระดาษใบแรกฉันจะบรรจุสิ่งมีค่าไว้
    คือคำว่า “ขอบคุณกาลเวลา”
    เพราะฉันไม่สามารถหาคำใดเอ่ย
    ที่มีความหมายมากกว่าคำนี้มาแทนได้

    “ขอขอบคุณกาลเวลาทุกนาที
    ปรารถนาปราณีที่มอบไว้
    คงสถิตคู่ขวัญทุกวันไป
    ตะวันใหม่ผีเสื้อสวยบินด้วยกัน”

    ลืมลบท่อนล่างไปนะ ช่วยลบกรอบบนหน่อยซี

    Comment by แหวน — September 4, 2006 @ 8:08 am

RSS feed for comments on this post.

Leave a comment

Line and paragraph breaks automatic, e-mail address never displayed, HTML allowed: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>



Anti-spam measure: please retype the above text into the box provided.

Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Alex King