IN THE NAME OF AN UNKNOWN POET .•. zakariya amataya

August 27, 2006

ผมสบายใจ Je Dors Sur Mes 2 Oreilles

Filed under: Beyond frontier poem. - putushon @ 3:58 pm

กรองด์ คอร์ปส์ มาลาด(ร่างใหญ่กระเสาะกระแสะขาประจำของผมมาแว้ว)


ผมว่าความเจ็บปวดเป็นแรงบันดาลใจชั้นดี
และปากกาถูกลากไปตามที่เงามืดในอดีตนำชี้

ความโกรธและความแร้นแค้นเป็นความรู้สึกที่ก่อให้เกิดผลผลิต
มันให้หัวข้อที่ทรงพลัง แม้จะเป็นเรื่องซ้ำซากไปนิด

ไม่น่าเชื่อว่าการระบายความเจ็บปวดกับเสียงร้องมันง่ายอย่างนี้
และข้อความเศร้าเศร้าเขียนออกมาตอนกระพริบตาถี่

เราปล่อยใจลงบนกระดาษ และใช้อุปมากเกินไป
ผมถึงบอกว่าสิ่งที่ฆ่าเราไม่ลงนั้น ทำให้เราแกร่งขึ้นได้

เพราะอย่างนั้น วันนี้ผมเลยตัดสินใจจะเปลี่ยนเรื่องร่าย
จะจูบไอ้โง่เง่าคนแรกที่เจอเพื่อบอกว่าผมรักนาย
จะเขียนบทเพลงเต็มเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาให้คล้องจองเต็มที่
ผมยล ผมอยาก ผมอยู่ ผมย่าง ผมเยื้อง ผมยินดี

มันอาจจะเป็นข้อความซื่อซื่อแต่เต็มเปี่ยมด้วยความจริงใจ
ผมเขียนกับเพื่อนหญิงคนนึง เธอชื่อความสงบใจ
ส่วนนาย นายบอกว่าชีวิตมันทุกข์ยากและลึกลึกผมก็คิดว่าใช่
แต่ผมเก็บความคิดดีดีเอาไว้แล้วผมก็สบายใจ

แน่ล่ะ เราเดินอยู่บนเส้นเชือก ชะตาชีวิตก็โย้จวนพัง
และการดำรงอยู่ก็บอบบางอย่างกับไขสันหลัง

เขาไม่ได้โกหกนายเสียทีเดียว จริงอยู่ที่บางครั้งเลือดนายจะไหล
แต่ในชีวิตบัดซบแต่ละชีวิต มีหลายอย่างให้รับไว้

ผมชอบฟัง เล่าเรื่อง ผมชอบชี้ให้เห็น และผมชอบดู
ผมรักที่จะเรียนรู้ แบ่งปัน ตราบที่มีการแลกเปลี่ยน ย่อมมีความหวังอยู่

ผมชอบผู้คน ผมชอบสายลม ผมเลยไม่สวมบทบาทเป็นใครอื่นเขา
ผมมีความต้องการ ผมร้อน ผมกระหาย ผมร้อนร้น ผมหิว และผมมีไม้เท้า

ผมหวังว่านายจะตามผมทัน ในสิ่งที่ผมพูดไปไม่มีอะไรซ่อนนัย
เมื่อผมหลับตา  ก็เพื่อเปิดท้องฟ้าให้กว้างขึ้นได้

มันไม่ใช่เรื่องของศาสนา แต่เป็นสภาพจิตใจ
มีอะไรให้ทำมากมายและตอนนี้ผมเข้าใจ

ทุกช่วงเวลาปกติธรรมดา ผมสามารถใช้ประโยชน์
ผมมีเรื่องซ้ำซากในชีวิตมากมายจนบอกได้ไม่หมด

ในหน้าร้อน ผมรู้สึกมีชีวิตชีวา แต่ในหน้าหนาวผมก็รู้สึกไม่ต่างไป
ผมกระตือรือร้นตลอดเวลาและผมก็สบายใจ

ผมไม่ได้เป็นคนมีโชคที่สุด แต่ผมไม่รู้สึกว่าเป็นคนที่ควรจะบ่นที่สุด
และผมเข้าใจกติกา ชีวิตของผม ผมต้องลงมือละเลงสีสันให้กระฉูด

ดังนั้น ผมจะใส่ไฟลงไป พร้อมกับเสริมสีสันมากมาย
ผมเวลามองออกนอกหน้าต่าง ผมเห็นปูนซีเมนต์ออกดอกไม้

ผมอยากอยู่กลางใจเมือง และอยากอยู่ริมทะเล
อยากเห็นสามเหลี่ยมแม่น้ำไนล์ และผมอยากจะกอดแม่

ผมอยากอยู่กับญาติมิตร และผมอยากรู้จักคนอื่นอื่น
ผมมีวิธีทำให้รู้สึกดีและเรื่องนี้ตอนนี้ผมรู้ตัวตื่น

ผมไม่ได้อยากเขียนเรื่อง "บ้านน้อยในทุ่งใหญ่"
แต่ผมตอนเขียน ผมอารมณ์ดี แม้แต่ปากาก็ยังยิ้มให้

แล้วผมก็ถามตัวเองว่า ผมมีสิทธิที่จะไม่เป็นกบฎหรือไม่
มีสิทธิเขียนข้อความสลามเพื่อยืนยันว่าชีวิตนั้นสวยงามไหม

ถ้านายหัวเราะเยาะ ผมก็ไม่สน บางครั้งผมไม่สะทกสะท้าน
เพราะผมสงบจริงจริงและผมไม่พร้อมจะเสียหัวกระบาล

ชีวิตได้มาฟรีฟรีและผมจะใช้ให้คุ้ม และนายเองควรจะทำตามไป
ผมน่ะเข้านอนพร้อมกับรอยยิ้มละไม  และผมก็สบายใจ

ชีวิตได้มาฟรีฟรีและผมจะใช้ให้คุ้ม และมันจะเป็นเช่นนี้เรื่อยไป
ผมน่ะเข้านอนพร้อมกับรอยยิ้มละไม และผมก็สบายใจ

Grand Corps Malade Icon

Grand Corps Malade

กรองด์ คอร์ปส์ มาลาด
(ร่างใหญ่กระเสาะกระแสะ)

* แปลโดย อธิชา มัญชุนากร [เพื่อนนักแปลงานวรรณกรรมฝรั่งเศส]

ไปฟังบทกวี Slam และดูต้นฉบับภาษาฝรั่งเศสได้ ที่นี่ >> http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aticha&month=08-2006&date=23&group=5&blog=2

Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Alex King